วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

แนะนำร้านขนม จากภูเก็ตอร่อยฝุด ฝุด


 
 
แนะนำร้านขนมที่เป็น เอกลักษณ์คู่ภูเก็ตมายาวนานและจะมาแนะนำขนมภูเก็ตที่ควรซื้อไปฝากเพื่อนฝูงร้านขนมที่ผมจะแนะนำให้รู้จักก็คือ "ร้านเค่งติ้น" ร้านเค่งติ้นเป็นร้านขนมภูเก็ตที่อยู่คู่ภูเก็ตมาเป็นเวลายาวนานจนถึงปัจจุบันนี้ก็ 66 ปีแล้ว ขนมของร้านเค่งติ้นมี เต้าส้อ, ขนมผางเปี๊ยะ, ขนมเกนกิงโก๊, ขนมก้องถึง, ขนมบี๊พ้าง, พังเปี้ยะ (หลายคนคงจะงงกับชื่อขนมถ้าไม่ได้เป็นคนภูเก็ต) ถามคนภูเก็ตแท้ๆดั่งเดิมได้เลย ไม่มีใครไม่รู้จักร้านขนมเค่งติ้น 

   จากคำบอกเล่ารอบด้านทำให้เราทราบถึงประวัติอันยาวนาน กว่า 65 ปี ที่ร้านขนมเค่งติ้นอยู่เคียงคู่วัฒนธรรมการกินของพวกเราชาวภูเก็ต ร้านขนมเค่งติ้นก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2487 ถือเป็นร้านขนมร้านแรกๆของมณฑลภูเก็จ ตั้งอยู่ตรงแยกบางเหนียวร้าน 1 คูหา ในขณะนั้น ในสมัยนั้นการกินขนมถือเป็นเรื่องของผู้มีอันจะกินเท่านั้นที่ซื้อกินได้เนื่องจากสมัยนั้นขนมมีราคาแพง อาก๋งเดินทางมาจากเมืองจีนได้ทำขนม บี้ผ้าง เตาส้อ ขายในราคาห่อละ 2 บาท ทำให้ชาวภูเก็ตในสมัยนั้น สามารถซื้อหาขนมกินได้ในราคาไม่แพง และ รสชาติอร่อย และในเวลาไม่นานอาก๋งก็ขยายร้าน และ สร้างโรงงานขนมเค่งติ้นขึ้น เป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์มณฑลภูเก็จในสมัยนั้น ขนมร้านเค่งติ้นเป็นที่รู้จักของชาวภูเก็ต ท้ายเหมือง พังงา กระบี่ ในเวลาไม่นาน ด้วยคำกล่าวขานที่ว่า "ขนมร้านเค่งติ้น อร่อย สดใหม่ ไม่ใส่สารกันบูด ราคาไม่แพง" นี่เป็นคำพูดของน้องเกตุ ทายาทร้านเค่งติ้นเด็กรุ่นใหม่ที่เล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของร้านขนมอย่างความภาคภูมิใจ 

ที่ตั้งของร้าน 

ร้านต้นตำรับดั้งเดิมติดกับธีรพงศ์ฮอนด้าสี่แยกทางไปสะพานหินก่อนถึงศาลเจ้าบางเหนียว 342-344 ถ.ภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000 076-212185, 0872822054 

จากนั้นก็เดินทางกลับไปยังสนามบินภูเก็ตกลับ กทม นำขนมของฝากไปส่งต่อความอร่อยกันได้เลย

ฝากเข้าไปดูข้อมูลหน่อยนะค่ะ

สนามบินภูเก็ต : http://www.nokair.com/contents/travel_info/phuket_airport/th-TH/index.html
สนามบินเชียงราย : http://www.nokair.com/contents/travel_info/chiangrai_airport/th-TH/index.html

วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ดอยห่มฟ้ารีสอร์ท หรือ ไร่แม่จันแวลเล่ย์






การเดินทางไปยังรีสอร์ทแห่งนี้ ใช้เส้นทางถนนสายเอเชีย ห่างจากสนามบินเชียงราย 30 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปดอยแม่สลอง แล้วแยกเข้าถนนย่อยไปอีก 7.8 กิโลเมตร ผ่านถนนลูกรัง สองข้างทางเป็นป่าไผ่ สุดท้ายก็ไปถึงหมู่ 9 บ้าน ป่าเมี่ยง ต.ป่าตึง อ. แม่จัน อันเป็นที่ตั้งของรีสอร์ท ไปไร่แม่จันแวลเล่ย์ มีเนื้อที่ประมาณ 1,300 ไร่ มีพื้นที่เข้าชม 5 ส่วน ประกอบด้วย 1.ไร่องุ่น และโรงงานผลิตไวน์ 2.ไร่ชาและโรงงานผลิตชาอู่หลง 3. โรงงานเจียระไนพลอย 4. นาข้าวแปลงเพาะชำ 5. แปลงปลูกผักผลไม้ และส่วนห้องพักสำหรับบริการนักท่องเที่ยวมีชื่อว่า ดอยห่มฟ้ารีสอร์ท
พื้นที่ปลูกองุ่นของไร่แม่จันแวลเล่ย์ แบ่งเป็นสองส่วนคือ พื้นที่ปลูกองุ่นเพื่อทำไวน์ และองุ่นทานสด โดยมีพื้นที่ปลูกองุ่นทำไวน์มีประมาณ 80 ไร่ พันธ์ซีล่าเป็นพันธ์หลัก นอกจากนี้ยังมีพันธ์เมโล เทมปานิลโย คาบิเน่ย์ เป็นต้น โดยองุ่นที่ปลูกในไร่จะนำไปผลิตไวน์ของบริษัทแม่จันไวน์เนอร์รี่ทั้งหมด โดยภายในโรงงานได้มีการจัดพื้นที่ และจัดแสดงกระบวนการผลิต เพื่อให้ผู้มาเยี่ยมชมได้เข้าชม โรงงานผลิตไวน์ของบริษัทแม่จันไวน์เนอร์รี่ เป็นโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐานสากล และเป็นโรงงานผลิตไวน์องุ่นแห่งเดียวในภาคเหนือที่ได้รับมาตรฐานจากทางสมาคมผู้ประกอบการไวน์ไทย นอกจากนี้ทางไร่ยังแบ่งพิ้นที่สำหรับปลูกองุ่นทานสดประมาณ 10 ไร่ มีพันธ์มาลู ซีสเลส เป็นพันธ์หล้ก และยังมีพันธ์แบล็กควีน แบล็กโอปอล ฯลฯ อีกมากมาย เพื่อให้ผู้มาเยี่ยมชมสามารถเข้าไปตัดองุ่นเพื่อรับประทานได้
พื้นที่ปลูกชาของไร่แม่จันแวลเล่ย์ มีประมาณ 100 ไร่ โดยมีพันธุ์อู่หลงเป็นหลัก และชาพู่เออ ชาอู่หลงปลูกในไร่ แบ่งเป็นสองประเภท ได้แก่ อู่หลงก้านอ่อน และอู่หลงเบอร์สิบสอง โดยชาอู่หลงได้รับการยอมรับว่าเป็นชาที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและอากาศในแถบดอยแม่สลอง ซึ่งเป็นที่นิยมมากในประเทศไต้หวันและประเทศจีน ผู้มาเยี่ยมชมจะได้ชมการสาธิตการเก็บชา และวิธีตรวจคุณภาพชาโดยภูมิปัญญาของชาวท้องถิ่น นอกจากนี้ ทางโรงงานผลิตชาได้จัดให้มีการสาธิตการผลิตการปรุงชา และมีห้องชิมชา โดยผลิตภัณฑ์ที่ขายภายในโรงงานเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาจากทางไร่ทั้งหมด ได้แก่ ชาเขียว ชาแดง ชาดำ ชามะลิ ชาโสม ชาดอกไม้ ชาพู่เออ
โรงงานเจียระไนพลอยของไร่แม่จัน เป็นการส่งเสริมและสร้างช่างฝีมือท้องถิ่น วัตถุดิบที่ใช้ในโรงงานพลอยเป็นวัตถุดิบที่ได้จากภายในประเทศ เช่น จันทบุรี และกาญจนบุรี นอกจากนี้ยังมีพลอยก้อนบางส่วนที่ได้มาจากพม่า และศรีลังกา ภายในโรงงานได้จัดให้มีส่วนของการสาธิตขั้นตอนการเจียระไนพลอย และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ทดลองเจียระไนพลอยด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
นาข้าว แปลงเพาะชำ แปลงปลูกผัก ผลไม้ เนื่องจากทางไร่เล็งเห็นถึงความสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากไร่องุ่น และโรงงานผลิตไวน์ ไร่ชา และโรงงานผลิตชาอู่หลง โรงงานเจียระไนพลอยแล้ว ทางไร่แม่จันแวลเล่ย์ ยังจัดสรรพื้นที่สำหรับเพาะปลูกพืช ผัก ผลไม้ชนิดอื่น ๆ อีกด้วย เพื่อใช้ในการบริโภคภายในไร่ และจำหน่ายให้กับผู้มาเยี่ยมเยือนทั้งในรูปแบบแปรรูป และยังไม่ได้แปรรูป พืชชินดอื่นที่ปลูกในไร่ ได้แก่ ข้าว ผักสวนครัวปลอดสารพิษ เป็นต้น ผลไม้ เช่น มะละกอ กล้วย ลูกหม่อน กระเจี๊ยบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแปลงเพาะชำแปลงปลูกไม้ดอก และไม้ใบชนิดต่าง ๆ
ไร่แม่จันแวลเล่ย์ มีส่วนบริการนักท่องเที่ยว อาทิ ห้องพัก จำนวน 23 ห้อง ที่มีชื่อว่า ดอยห่มฟ้ารีสอร์ท มีร้านอาหารที่ใช้ผลผลิตทางการเกษตรภายในโครงการ (ห้องกระดาษสาและใบชา ) ห้องสัมมนา และกิจกรรมอื่น ๆ เช่น พายเรือ ล่องแพ เดินป่า ชมหมู่บ้านชาวเขา เป็นต้น
รายการนำเที่ยวภายในไร่แม่จันแวลเล่ย์ ( แบบครึ่งวัน )
ชมทัศนียภาพของดอยห่มฟ้า และอ่างเก็บน้ำแม่เปิน และสวนองุ่นในไร่แม่จัน ซึ่งมีพื้นที่กว่า 200 ไร่ ไร่องุ่นลดหลั่นเรียงรายตามแนวเขา ริมอ่างเก็บน้ำแม่เปิน ซึ่งปลูกองุ่นพันธ์ซีล่า ซึ่งเป็นพันธ์องุ่นที่ใช้ในการผลิตไวน์แดง ที่มีชื่อเสียงของออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังนำชมแปลงองุ่นกินสด และองุ่นพันธ์อื่นในไร่
ต่อจากนั้น นำท่านชมโรงงานผลิตไวน์ของบริษัทแม่จันไวเนอร์รี่ ซึงเป็นโรงงานผลิตไวน์ที่มีมาตรฐานสากล และเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ เนื่องจากต้องการควบคุมอุณหภูมิภายในโรงงาน ดังนั้นภายในโรงงานจึงพ่นโฟม และตกแต่งให้คล้ายกับธรรมชาติ นำชมห้องบ่ม หมัก และบรรจุขวดต่อจากนั้นท่านจะได้ชิมไวน์ที่มีคุณภาพที่ผลิตจากโรงงาน พร้อมซื้อสินค้า และของที่ระลึกในราคาโรงงาน
นำท่านชมโรงงานเจียระไนพลอย และชมการสาธิตขั้นตอนการเจียระไนพลอย ตั้งแต่การคัดพลอยก้อนไปจนถึงการเจียรเหลี่ยม และชมตัวอย่างอัญมณีชนิดต่าง ๆ มากมาย ทั้งไพลิน บุษราคม และทับทิม นำท่านชมพื้นที่ชา ที่ไม่ควรพลาด เป็นการปลูกชาในพื้นที่ลาดชัน เป็นลักษณะการปลูกแบบขั้นบันได ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของการปลูกชาในแถบดอยแม่สลอง ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกชาและผลิตชาอู่หลงที่มีคุณภาพมากที่สุดในประเทศไทย


นำท่านชมโรงงานผลิตชา ท่านจะได้ชมขั้นตอนการผลิตชาที่มีคุณภาพ และใช้เครื่องอบแบบพิเศษ สามารถควบคุมความชื้นของชาได้ จึงสามารถเก็บรักษารสชาติชาได้อย่างดีเยี่ยม ต่อจากนั้นท่านจะได้เห็น การสาธิตการชงชา และได้ชิมชารสเลิศที่ผลิตได้จากโรงงาน ทั้งชาอู่หลง ชาโสม ชามะลิ ชาแดง และอื่น ๆ พร้อมทั้งสาธิตสินค้า ของฝาก และของที่ระลึกในราคาโรงงาน

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต



ทริปนี้เราเริ่มต้นที่สนามบินดอนเมือง เพื่อเดินทางด้วยเครื่องบินนกแอร์ไปสนามบินภูเก็ต
เป้าหมายของวันแรกนี้อยู่ที่สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตหรือPhuket Aquarium ตั้งอยู่บริเวณปลายแหลมพันวาและปลายสุดของถนนศักดิเดช ซึ่งอยู่ในทางตะวันออกเฉียงใต้สุดของเกาะภูเก็ต
มีสัตว์ทะเลกว่า 100 ชนิดที่มีชีวิตอยู่ภายในสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแห่งนี้ หลายคนนำสัตว์เหล่านี้มาจากทะเลรอบๆ ภูเก็ต สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต
เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. (จำหน่ายบัตรตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.00 น.)
อัตราค่าเข้าชม
คนไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท
คนต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
สามารถเดินทางโดยรถประจำทางหรือรถสองแถว จากตลาดสดในตัวเมืองภูเก็ต
ราคาค่าโดยสารประมาณ 20 บาท
รถแท็กซี่ ราคาประมาณ 200-300 บาท
รถตุ๊กตุ๊ก ราคาประมาณ 100 - 250 บาท
 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต โทร. 076-391126 ภายในวันและเวลาราชการ 

วัตถุประสงค์ของหน่วยคือการศึกษาการแพร่พันธุ์ ชีววิทยาและลักษณะประชากรที่ใกล้สุญพันธุ์และชนิดการคุกคามทางทะเล โดยเฉพาะ เต่าทะเล พยูนและปลาวาฬในทะเลอันดามัน ชีววิทยา โครงสร้างชุมชน พันธุศาสตร์ประชากร และการตั้งค่าที่อยู่อาศัยที่อยู่ในการศึกษา หน่วยยังสื่อสารข้อมูลใหม่เกี่ยวกับชนิดของสัตว์เหล่านี้เพื่อเพิ่มการรับรู้ของประชากรที่จำเป็นต้องอนุรักษ์

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สุขภาพตา การปวดเกร็งตา ปัญหาตาแห้ง เนื่องจากการใช้คอมพิวเตอร์


หากคุณใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ คุณจะสังเกตได้ว่าการใช้คอมพิวเตอร์นานๆ ทำให้คุณปวดบริเวณ ต้นคอ และกระบอกตา และจะปวดมากกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คอมพิวเตอร์จะเป็นสาเหตุของการปวดเกร็งกล้ามเนื้อตา จากการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่า ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่จ้องมองหน้าคอมพิวเตอร์จะไม่กระพริบตานานกว่าคนที่ใช้เครื่องพิมพ์ดีด จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์จึงมีปัญหาตาแห้ง รวมถึงจอคอมพิวเตอร์ยังมีผลต่อการเพ่งมองเป็นอย่างมาก แสงสะท้อนจากหน้าจอ จากโคมไฟ หรือแม้แต่เสื้อผ้าสีอ่อนของผู้ใช้คอมพิวเตอร์เอง และส่วนใหญ่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์หลายๆคน จะนั่งยื่นหน้าเข้าไปใกล้คอมพิวเตอร์มากเกินไป
แม้ว่าคุณใช้เวลาทุกๆ วันหรือเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการใช้คอมพิวเตอร์ คุณจะไม่ต้องประสบปัญหาดังกล่าว ลองใช้วิธีการต่อไปนี้ เมื่อคุณใช้คอมพิวเตอร์
·         เข้ารับการตรวจสายตา ทุกคนควรได้รับการตรวจเช็คสายตาปีละ 1 ครั้ง การทดสอบสายตาเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์
·         ปฏิบัติตามกฎ 20/20 ให้หน้าของคุณห่างจากคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 20 นิ้ว และพักสายตา 20 นาที หรือมองไปรอบๆห้อง ทำให้สายตาของคุณสามารถเพ่งไปยังวัตถุที่อยู่ใกล้ การบริหารสายตาช่วยป้องกันอาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อตาได้
·         วางของทั้งหมดที่คุณต้องใช้งานในขณะใช้คอมพิวเตอร์ในตำแหน่งที่ห่างพอๆ กับหน้าจอ วิธีนี้ช่วยลดอาการปวดเกร็งตาและคอได้
·         ให้แน่ใจว่าคุณได้ปรับแสงหน้าจอภาพ ซึ้งป้องกันแสงจ้าโดยไม่ทำให้หน้าจอมีแสงจ้า หากเป็นไปได้ย้ายหรือวางหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากแสงสะท้อนจากหน้าต่างหรือแสงจากโคมไฟ
·         นั่งบนเก้าอี้ที่สบาย แข็งแรงมั่นคง หากเป็นไปได้ให้วาง คีย์บอร์ดใต้โต๊ะทำงานสัก 2-3 นิ้ว ตัวอย่างเช่น ดัดแลงโต๊ะหรือซื้อโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่มีลิ้นชักตรงกลางเพื่อวางคีบอร์ด จะช่วยให้แขนของคุณผ่อนคลายขึ้น



วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557

โรคหน้าหนาวกับดวงตา




เมื่อลมหนาวมาเยือน โอกาสเกิดโรคภัยไข้เจ็บช่วงหน้าหนาวก็เพิ่มขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่สุขภาพทั่วไป กลุ่มอาการตาแห้ง ก็เป็นอีกกลุ่มที่หลายคนมองข้าม
"นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ" จักษุแพทย์โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ให้ข้อมูลว่า อาการตาแห้งเกิดจากสภาพแวดล้อมที่แห้ง ทำให้ประชาชนประสบกับอาการดังกล่าว ซึ่งมีข้อบ่งชี้ ดังนี้ 1.มีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณดวงตา 2.ตาแดง 3.น้ำตาไหล 4.กระพริบตาบ่อย และ 5.ตาฝ้าฟาง โดยกลุ่มที่พบบ่อยมากที่สุด คือ ผู้สูงอายุ คนที่ใส่คอนแทคเลนส์ เด็กและผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง เป็นต้น โดยการแก้ปัญหา ทำได้ด้วยการประคบเย็นบริเวณดวงตา โดยนำผ้าไปแช่ในตู้เย็น หรือชุบน้ำเย็นมาวางทาบโดยไม่ต้องกด ขยี้ หรือคลึง ซึ่งการวางผ้านั้นให้วางตั้งแต่ขมับซ้ายมาขมับขวาทาบทับหน้าผาก ตา และจมูก จนกว่าผ้าจะแห้ง หลังจากนั้น ให้นำผ้ามาชุบน้ำเย็นต่อ ซึ่งต้องทำติดต่อกันประมาณ 20 นาที และทำวันละ 2 ครั้ง จะช่วยให้อาการดีขึ้น อย่างไรก็ตาม หากใช้วิธีประคบเย็นแล้วอาการตาแห้งยังไม่หาย ผู้ป่วยควรรีบไปพบจักษุแพทย์ทันที
สำหรับการดูแลดวงตาไม่ให้มีอาการตาแห้ง ทำได้ 4 วิธี คือ 1.หลีกเลี่ยงการออกแดด 2.สวมแว่นกันแดดหรือหมวกทุกครั้งที่ออกแดด และ 3.ดื่มน้ำก่อนออกจากบ้านทุกครั้งเพื่อทำให้ตาชุ่มฉ่ำ และเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำเวลาอยู่นอกบ้าน และ 4.รับประทานอาหารที่มีวิตามินเอสูง เช่น ผักสีเขียว ผักบุ้ง มะละกอ และแครอต เนื่องจากในกลุ่มเด็กนั้นมีอาการตาแห้งเกิดจากการไม่ได้รับประทานผักและผลไม้
"จริงๆ แล้วอาการตาแห้งไม่ได้ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อดวงตามากนัก แต่อาการตาแห้งจะสร้างความรำคาญให้กับผู้ป่วยมากกว่า ดังนั้น ประชาชนจึงควรที่จะรู้จักกับอาการตาแห้งเพื่อจะได้ไม่เกิดอาการวิตกกังวลจนเกินเหตุ รวมถึงจะได้สามารถตั้งรับ รู้วิธีการรักษาเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง โดยสามารถสังเกตอาการง่ายๆ คือ หากรู้สึกว่า มีการกะพริบตาอยู่ตลอดเวลาก็ให้สงสัยว่าอาจเข้าข่ายอาการนี้แล้ว" นพ.ฐาปนวงศ์กล่าว
ด้าน กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกมาเตือนกลุ่ม 6 โรคที่พบบ่อยในฤดูหนาวทุกปี ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม หัด อีสุกอีใส มือเท้าปาก และอุจจาระร่วง โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจ มีโอกาสป่วยง่ายสุด "นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์" ปลัด สธ. บอกว่า ช่วงฤดูหนาวแทบทุกปีจะพบปัญหากลุ่ม 6 โรคอยู่เสมอ โดยข้อมูลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2555-กุมภาพันธ์ 2556 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานพบผู้ป่วย 6 โรคฤดูหนาวรวม 471,172 ราย เสียชีวิต 355 ราย
โรคที่มีความรุนแรงมากที่สุด คือปอดบวม เสียชีวิต 350 ราย จากที่ป่วยทั้งหมด 64,155 ราย รองลงมาคือไข้หวัดใหญ่ป่วย 23,255 ราย เสียชีวิต 1 ราย อุจจาระร่วง 351,611 ราย เสียชีวิต 4 ราย โรคมือเท้าปาก 13,823 ราย โรคอีสุกอีใส 17,251 ราย และโรคหัด 1,077 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น หอบหืด โรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคตับ โรคไต เบาหวาน โรคโลหิตจาง เนื่องจากมีภูมิต้านทานโรคต่ำ จึงติดเชื้อง่าย และอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป
สิ่งสำคัญในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงป่วยง่าย จะต้องไม่คลุกคลีใกล้ชิดและไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วยที่เป็นหวัด ไอ จาม เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ จาน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็ก รวมทั้งมีผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลเช่นผู้ป่วยอัมพาต ผู้สูงอายุที่ป่วยและช่วยตัวเองไม่ได้ ขอให้เพิ่มการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ จุดที่ต้องเพิ่มความอบอุ่นเป็นพิเศษคือ ศีรษะ คอ และหน้าอก ซึ่งจะช่วยลดโอกาสเกิดโรคใน 6 กลุ่มได้

วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557

ดวงจันทร์สองดวง


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วสมัยที่โลกยังมีพระจันทร์ 2 ดวงดวงจันทร์ดวงหนึ่งเป็นผู้หญิงและอีกดวงเป็ผู้ชายดวงจันทร์ทั้ง 2 ดวงนี้ต่างรักกันและไม่เคยแยกหางจากกันทุกๆคืนเมื่อมองขึ้นไปบนฟ้าจะเห็นดวงจันทร์ทั้งคู่อยู่เคียงกัน
...แต่แล้ววันหนึ่ง...
ดวงจันทร์ผู้หญิงก็ได้ไปพบกับดวงอาทิตย์ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงหลงใหลในแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์จนเลื่อนตัวตามดวงอาทิตย์ไปทีละน้อย ทีละน้อยและแล้วก็แยกมาจากดวงจันทร์อีกดวงนึงในที่สุดเมื่อค่ำคืนมาถึงจึงมีดวงจัทร์ผู้ชายเหลืออยู่เพียงดวงเดียวดวงจันทร์ผู้ชายจึงได้แต่ออกตามหาดวงจันทร์ผู้หญิงไปทุกหนแห่ง คืนแล้วคืนเล่าวันเวลาล่วงผ่านไปดวงจันทร์ผู้ชายก็ยังไม่สามารถหาดวงจันทร์ผู้หญิงเจอได้ด้วยความคิดถึงและอยากพบดวงจันทร์ผู้หญิงเป็นที่สุดทำให้ดวงจันทร์ผู้ชายคิดว่าหากเรามัวแต่ตามหาอยู่อย่างนี้คงไม่ได้เจอหญิงที่เรารักเป็นแน่แท้จึงตัดสินใจระเบิดตัวเองเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทั่วจักรวาลเพื่อให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นออกตามหาดวงจันทร์อีกดวงนั้น
...เมื่อเวลาผ่านไป...
ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงได้เห็นถึงความจริงว่าแม้ว่าดวงอาทิตย์จะส่องแสงเจิดจ้าสวยงามสักเพียงใดแต่ดวงอาทิตย์ก็มิได้ส่องแสงเจิดจ้าแต่เพียงเธอเท่านั้นแต่ยังส่องแสงไปที่ดาวดวงอื่นๆอีกมากมายดวงจันทร์ผู้หญิงจึงกลับมาหาดวงจันทร์ผู้ชายอีกครั้งแต่หาเท่าไหร่ก็หาดวงจันทร์ผู้ชายไม่พบ
...ต่อมาจึงได้รู้ว่า...
ดวงจันทร์ผู้ชายยอมระเบิดตัวเองเพื่อตามหาตนจดกระจัดกระจายเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงได้รู้ว่าไม่มีวันที่จะได้เจอกับดวงจันทร์ผู้ชายอีกต่อไปแล้ว จึงได้แต่โศกเศร้าเสียใจแต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่ดวงจันทร์ผู้ชายมีให้กับดวงจันทร์ผู้หญิงทุกค่ำคืนจึงพยายามเปล่งประกายแสงที่ยังเหลืออยู่น้อยนิดของตนส่งให้ถึงดวงจันทร์ผู้หญิงเกิดเป็นแสงพร่างพรายเต็มท้องฟ้าเคียงข้างดวงจันทร์จนเกิดเป็นดวงจันทร์และดวงดาวให้เรืองแสงเห็นจนถึงทุกวันนี้
หากเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนวันไหนที่เห็นจันทร์สวยสดวันนั้น คุณก็จะไม่เห็นดาวดวงเล็กดวงน้อยหากวันไหนคุณเห็นดาวเปล่งประกายเต็มท้องฟ้าวันนั้นคุณก็จะไม่พบดวงจันทร์
...สุดท้าย...เขาและเธอก็ไม่พบกันตลอดกาล

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกใครที่ดีกว่า อย่าลืมว่ายังมีคนที่คุณเคยรักเค้า และ เค้าก็รักคุณอยู่ตลอดไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าเขาคนนั้น อาจจะไม่ได้แม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของคนใหม่เลยก็ตาม